จำนวนผู้เข้าชม
| เปิดเมื่อ | 24/09/2011 |
| อัพเดท | 9/10/2011 |
| ผู้เข้าชม | 242625 |
| แสดงหน้า | 272612 |
ปฎิทิน
|
|
| Sun |
Mon |
Tue |
Wed |
Thu |
Fri |
Sat |
| | | | 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | |
|
บทความ
|
|
กฏบัตรอาเซียน
ตลอดช่วงเวลา 41 ปี อาเซียนได้พัฒนาตนเองจนเป็นองค์กรที่มีความสำเร็จในระดับสำคัญในหลายด้านที่เป็นที่ยอมรับของประชาชนระหว่างประเทศ ไม่ว่าจะบทบาทการส้รางบรรยากาศของสันติภาพและการอยู่ร่วมกันโดยสันติของประเทศในภูมิภาค การจัดตั้งเขตการค้าเสรีอาเซียน เรื่อยไปจนถึงการร่วมกันแก้ไขปัญหาภัยพิบัติทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นภายในประเทศสมาชิกอาเซียน อย่างไรก็ดี ปัญหาสำคัญประการหนึ่งที่เป็นอุปสรรคต่อการรวมตัวกันของอาเซียนรวมถึงความพยายามในการจัดตั้ง “ประชาคมอาเซียน” ภายในปี 2558 ได้แก่ การที่อาเซียนขาดกลไกที่บังคับในกรณีที่มีสถานะทางกฎหมาย (legal entity) ซึ่งบ่อยครั้งทำให้อาเซียนขาดความน่าเชื่อถือ
เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาข้างต้น เมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่ผ่านมา ผู้นำประเทศสมาชิกอาเซียนจึงได้ร่วมกันลงนานใน “กฎบัตรอาเซียน” ซึ่งจะทำหน้าที่เสมือนเป้นธรรมนูญหรือกฎหมายสูงสุดของอาเซียน โดยการมีกฎบัตรอาเซียน มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) เพิ่มประสิทธฺภาพของอาเซียนในการดำเนินการตามเป้าหมายต่างๆ โดยเฉพาะความหมายของอาเซียนที่จะรวมตัวกันเป็น “ประชาคม” ภายในปี 2558 (2) สร้างกลไกที่จะส่งเสริมให้รัฐสมาชิกปฏิบัติตามความตกลงต่างๆของอาซียน และ (3) ทำให้อาเซียนเป็นองค์กรที่ใกล้ชิดและสร้างประโยชน์ต่อประชาชน อย่างแท้จริงมากขึ้น โดยการบังคับใช้ของกฎบัตรฯ จะทำให้อาเซียนเป็นองค์กรที่มีกติกาของการดำเนินงานอย่างชัดเจนมากยิ่งขึ้น
ในการดำเนินงานเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ข้างต้น กฎบัตรอาเซียน จะก่อให้เกิดการปรับปรุงและปรับเปลี่ยนโครงสร้างการดำเนินงานของอาเซียนครั้งสำคัญ เช่น (1) การจัดตั้งองกรสิทธิมนุษยชนของอาเซียน ซึ่งจะถือเป็นครั้งแรกที่อาเซียนมีองค์กรเฉพาะที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับการปกป้องและส่งเสริมสิทธิมนุษยชนของประเทศสมาชิกอาเซียน โดยในขณะนี้ อาเซียนกำลังอย๔ในระหว่างการยกร่างขอบเขตอำนาจและหน้าที่ขององค์กรดังกล่าว (2) การจัดตั้งคณะกรรมการผู้แทนถาวรประจำอาเซียน ณื กรุงจาการ์ตา ซึ่งประกอบด้วยสมาชิกระดับเอกอัครราชทูตจากทุกประเทศสมาชิกอาเซียน โดยคณะกรรมการนี้ มีภารกิจหลักในการให้นโยบายและติดตามการทำงานของอาเซียนและสำนักเลขาธิการอาเซียน และ (3) การเพิ่มบทบาทของประธานอาเซียน เพื่อให้อาเซียนสามารถตอยสนองต่อสถานการณ์ฉุกเฉินได้อย่างทันท่วงที รวมถึงการจัดให้มีการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน 2 ครั้งต่อปี ซึ่งเพิ่มจากปัจจุบันที่ผู้นำอาเซียนพบเพื่อหารือกันเพียงปีละครั้งและ (4) การจัดตั้งกลไกให้องค์กรภาคประชาสังคมของประเทศสมาชิกอาเซียนได้มีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบายและดำเนินงานของอาเซียนมากขึ้น เป็นตัน
จากบริษัทข้างต้น ก็คงจะเห็นได้ในระดับหนึ่งว่า ผู้ที่จะได้รับประโยชนืจากการมีกฎบัตรอาเซียน ไม่ใช้ใครที่ไหน หากแต่เป็นประชาชนของประเทศมหาชิกอาเซียนโดยทั่วไป รวทถึงประชาชนไทยด้วย ดังนั้น ในโอกาสที่ไทยเป็นประธานอาเซียน ไทยจึงได้กำหนดคำขวัญของการดำรงตำแหน่งประธานฯ ว่า “กฎบัตรอาเซียนเพื่อประชาชนอาเซียน” หรือ ‘ASEAN Charter For ASEAN Peoples’ ในภาษาอังกฤษ ในปัจจุบัน อาเซียนกำลังอยู่ในระหว่างการที่แต่ละประเทศดำเนินกระบวนการทางกฎหมายภายในเพื่อให้การรับรองกฎบัตรอาเซียน หรือ ที่เรียกว่า กระบวนการให้สัตยาบันกฎบัตรฯ โดยในชั้นนี้มีสมาชิกที่ให้สัตยาบันแล้ว 7 ประเทศได้แก่ สิงคโปร์ บรูไนฯ มาเลเซีย ลาว เวียดนาม กัมพูชา และพม่า คาดหมายว่า สมาชิอาเซียนทั้ง 10 ประเทศ จะสามารถให้สัตยาบันกฎบัตรฯได้ ก่อนการประชุมปลายปีนี้ ทั้งนี้ กฎบัตรอาเซียนจะมีผลบังคับใช้ 30 วันหลังจากที่ทุกประเทศสมาชิกอาเซียนให้สัตยาบันแล้ว สำหรับการดำเนินการในส่วนของประเทศไทยนั้น ในชั้นนี้ รัฐสภากำลังอยู่ในระหว่างการพิจารณาออกกฎหมายภายในเพิ่มเติมเพื่อทำให้บัตรอาเซียนมีผลบังคับใช้กับไทยได้อย่างสมบูรณ์ อาทิ กฎหมายว่าด้วยการให้ เอกสิทธิ์และความคุ้มกันแก่อาเซียนและเจ้าหน้าที่ของสำนักเลขาธิการอาเซียน โดยเป็นที่คาดหมายว่า กระบวนการภายในของไทย จะแล้วเสร็จได้ก่อนที่ไทยจะเป็นเจ้าภาพการประชุมสุดยอดอาเซียนในเดือนธันวาคม ศกนี้
|
|
|
|
|
|